Tag Archives: หมอแมะ

หมอเส็ง หมอแมะผู้มากประสบการณ์

20 ธ.ค.

ว่ากันเรื่องของหมอเส็ง ซึ่งหลายคนที่ได้เข้ามาอ่านในบลอกนี้คงพอจะรู้จักท่านมาบ้าง วันนี้ผมนำประวัติเล็กๆน้อยที่น่าสนใจของท่าน ที่คุณอาจจะยังไม่เคยทราบมาก่อน นั่นคือ ประวัติการเป็นหมอแมะของท่านนั่นเอง

คุณหมอเส็งเติบโตมาในครอบครับคนจีนโดยที่บ้านของคุณหมอเส็งมีลูกทั้งหมด 8 คน โดยที่ครอบครัวของคุณหมอเส็งบรรพบุรุษเป็นหมอยามาจากเมืองจีน คุณหมอเส็งจึงได้มีโอกาศคลุกคลีกับสมุนไพรชนิดต่างๆมาตั้งแต่เด็กๆ เริ่มด้วยการช่วยคุณพ่อเตรียมสมุนไพรเพื่อใช้ทำยารักษาคนป่วย ซึ่งเป็นงานที่เกี่ยวกับสมุนไพรชิ้นแรกที่หมอเส็งได้รับมอบหมายจากเตี่ยซึ่งเป็นหมอแมะ และเป็นอาจารย์ของคุณหมอเส็งด้วย

คุณหมอเส็งทำหน้าที่เป็นลูกมือของเตี่ยในการช่วยเตรียมยารักษาคนไข้ จนอายุได้ 18 ปี จึงเริ่มฝึกเป็นหมอแมะโดยคุณหมอเส็งเล่าให้ฟังว่า หมอแมะแต่ละคนจะมีความเก่งในแต่ละโรคไม่เหมือนกัน บางคนเก่งเรื่องปอด บางคนเก่งเรื่องสมอง (คุณหมอเส็งเก่งเรื่องโรคสตรีมาก) ขึ้นอยู่กับว่าหมอแมะคนนั้นเรียนมาอย่างไรและมีประสบการณ์อะไรบ้าง

ช่วงแรกของการเป็นหมอแมะของคุณหมอเส็ง เป็นช่วงของการเรียนรู้และหาประสบการณ์ โดยคุณหมอเส็งเล่าให้ฟังว่า ตอนเป็นหมอแมะใหม่ๆรักษาคนได้ผลบ้างไม่ได้ผลบ้าง หมายความว่า บางคนหายบางคนไม่หาย แต่คุณหมอเส็งก็มีความพยายามในการหาประสบการณ์และเก็บข้อมูลของคนป่วยจนกระทั่งอายุประมาณ 30 ปี จึงเริ่มเข้าที่เข้าทาง คือ รักษาใครก็ได้ผลดี เพราะมีประสบการณ์มาก

ปัจจุบันคุณหมอเส็งอายุ 70 ปีแล้วครับ ตลอดชีวิตของท่าน ท่านได้คลุกคลีอยู่กับสมุนไพรและการแมะ ถ้าให้ผมลองคำนวณให้ดูว่า คุณหมอเส็งแมะคนไข้มากี่คนแล้ว ผมคิดว่าน่าจะเป็นจำนวณเท่านี้ครับ

คุณหมอเส็งเปิดธุรกิจมาได้ 8 ปีแล้วครับ คุณหมอเส็งจะทำการตรวจคนไข้ สัปดาห์ละ 2 วัน คือ วันพุธกับวันอาทิตย์ ซึ่งจำนวนคนที่ไปตรวจรักษากับคุณหมอเส็งนั้น จำนวนคนไข้ในวันพุธน่าจะอยู่ที่ประมาณ 100 คน เพราะเป็นวันธรรมดา ส่วนวันอาทิตย์น่าจะอยู่ที่ประมาณ 300 คน รวมๆแล้วใน 1สัปดาห์น่าจะอยู่ที่ราวๆ 400 คน

ใน 1 ปีมี 52 สัปดาห์ เพราะฉะนั้นคนไข้ที่ผ่านมือหมอเส็งมา = 8 x 52 x 400 = 166,400 คน อันนี้เนี่ยแค่ตัวเลขประมาณนะครับ ไม่นับก่อนหน้านี้และคนไข้ตามต่างจังหวัดที่คุณหมอเส็งได้ไปแมะให้

เพราะฉะนั้น หมอเส็งจึงได้ชื่อว่าเป็นหมอแมะผู้มีประสบการณ์มากจริงๆ

Advertisements

หมอแมะในเมืองไทยมีที่ไหนบ้าง ?

23 พ.ย.

มีเวลานิดหน่อยก็เลยนำข้อมูลดีๆเกี่ยวกับหมอแมะมาฝากอีกเช่นเคย คนที่สนใจแพทย์ทางเลือกอย่างเช่นการแมะหรืออยากจะพบหมอแมะ ต้องมีคำถามว่า ถ้าจะไปหาหมอแมะไปหาที่ไหนดี หมอแมะที่ไหนเก่ง หรือว่ามีความสามารถและสามารถฝากความหวังไว้ได้

รู้อย่างนั้นผมก็เลยลองหาข้อมูลของหมอแมะดู เพื่อที่จะทำการคัดเลือกว่าหมอแมะคนไหนที่เข้ารอบพอจะนำเสนอหรือบอกต่อกับคุณผู้อ่านได้ เท่าที่ลองหาข้อมูลดูก็อยู่ตามข้อมูลข้างล่างนี้ลองอ่านดูก็แล้วกัน

หมอแมะดังๆ

  1. หมอแมะเมืองนนท์ หรือคลินิกเกษมเวชกรรม ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องการช่วยให้พ่อแม่หลายคู่มีลูกได้สมใจนึก เท่าที่อ่านดูก็ประสบความสำเร็จไม่น้อยทีเดียว อีกทั้งทีดารานักแสดงมากหน้าหลายตา แวะไปแมะกับหมอแมะเมืองนนท์ท่านนี้ ตั้งอยู่ 42/34-5 หมู่ 5 ถนนรัตนาธิเบศร์ ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000  โทร. 02-527-1289 และ 02-968-0642 เปิดบริการทุกวัน (หยุดทุกวันพุธ) ตั้งแต่เวลา 9.00 – 19.00น.
  2. หมอแมะชัยณรงค์ หรือร้านหมอจีนฉั่วซุ้ยค่าย ที่นี่ก็เช่นเดียวกับหมอแมะเมืองนนท์ที่ขึ้นชื่อลือชาเรื่องการทำให้พ่อแม่มีลูกได้สมใจ หรือช่วยแก้ปัญหาให้พ่อแม่ที่มีบุตรยากนั่นเอง ตั้งอยู่ 542 ซอยอิศรานุภาพ ถนนทรงวาด แขวงจักรวรรดิ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพ 10100
  3. หมอเส็ง หมอแมะเทวดา เป็นหมอแมะที่หลายคนอาจจะคุ้นชื่อกันอยู่บ้าง เป็นคุณหมอแมะที่มีประสบการณ์มากมายในการรักษาคนไข้โรคต่างๆ สมัยก่อนคนที่จะเข้าพบหมอเส็งได้ต้องมีการจองคิว และเสียค่าแมะกันหลายบาททีเดียว หมอเส็งเป็นหมอแมะที่ขึ้นชื่อเรื่องการรักษาโรคสมอง โรคมดลูก และช่วยให้พ่อแม่หลายคู่มีลูกได้ ตอนนี้ถ้าอยากจะแมะกับหมอเส็งต้องทำการจองคิว คุณหมอเส็งจะมีคิวในการตรวจในวันพุธและวันอาทิตย์ ไม่เสียค่าในการแมะแต่อย่างใด

เอาละครับ คิดว่าพอจะเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจได้ของหลายๆคน เท่าที่ผมหามาได้จริงๆแล้วอาจจะมีมากกว่านี้แต่ว่า ผมคัดเฉพาะหมอที่มีชื่อเสียงและน่าเชื่อถือ เนืองจากว่ามีคนมาใช้บริการคุณหมอแมะทั้งสามและได้รับผลตอบรับที่ดีกลับมา

ทำไมเค้าไปหาหมอแมะกัน ?

23 พ.ย.

เขียนเรื่องราวเกี่ยวกับสมุนไพรมาก็หลายเรื่อง วันนี้มีโอกาสได้มาเขียนเกี่ยวกับเรื่องของหมอแมะบ้าง คนที่ไม่เคยศึกษาข้อมูลจากที่ใดมาก่อนพอได้มาอ่านบทความนี้อาจจะงุนงง ว่าการแมะหรือว่าหมอแมะคืออะไร ? เอาเป็นว่าถ้ายังไม่เข้าใจคำว่า  “แมะ” ผมอธิบายให้คุณเข้าใจได้แบบง่ายๆก็ คือ การตรวจร่างกายโดยอาศัยการจับชีพจรและสังเกตความเร็วช้า หนักเบา เป็นต้น

จะว่าไปแล้วมันก็น่าแปลกนะ หมอแมะเวลาทำการตรวจโรค แค่เอามือของเค้าจับชีพจรของเราที่ข้อมือหรือว่าหลังมือก็แล้วแต่ จับแต่ละทีใช้เวลาแค่นิดเดียว แต่ว่าสามารถที่จะบอกความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับร่างกายของเราได้อย่างแม่นยำ ดูๆไปแล้วเหมือนเป็นเรื่องโกหก ถ้าเราเคยดูหนังจีนจะนึกภาพออกอย่างชัดเจน เวลาที่หมอหลวงทำการตรวจร่างกายพระมเหสีแล้วบอกว่า ทรงตั้งครรภ์ได้ 2 เดือนแล้วพระเจ้าคะ พอจะนึกภาพหมอแมะออกกันไหมครับ

แต่ในความเป็นจริงแล้วการแมะหรือหมอแมะนั้นมีอยู่จริง สามารถตรวจร่างกายด้วยการจับชีพจรได้จริง ไม่ใช่เรื่องโกหกแต่อย่างใด ถ้ามองกันให้ลึกลงไปอีกจะพบว่าศาสตร์ของการแมะนั้นเป็นความรู้ของจีนที่สั่งสมกันมาหลายพันปี เขียนเป็นตำราการแมะมากมายเพื่อใช้เรียนหรือสอนกันในที่ต่างๆอย่างเป็นระบบ เพราะฉะนั้นการแมะหรือหมอแมะเป็นอะไรที่มีมานานหลายพันปีแล้ว

เข้าเรื่องกันดีกว่าก็อยากแบ่งปันข้อมูลที่หามาได้ก็เลยอยากจะเขียนเล่าถึงเหตุผลที่คนส่วนใหญ่มักจะไปหาหมอแมะกัน โดยข้อมูลที่ผมจะนำมาเล่าให้ทุกคนฟังนั้น เป็นข้อมูลการค้นหาจากทางอินเตอร์เนตที่ผมได้ทำการค้นมา แล้วสรุปด้วยตนเอง ก็ลองพิจารณาดูก็แล้วกันครับ

เหตุผลที่คนส่วนใหญ่นิยมไปหาหมอแมะกัน

  1. อยากตั้งท้องแต่ไม่ตั้งท้องสักที ถ้าพูดถึงเรื่องนี้แล้วละก็เป็นเรื่องที่คนจำนวนหนึ่งประสบปัญหาอยู่ การมีทายาทสืบสกุลเป็นเรื่องที่หลายคู่อยากจะมีเป็นเรื่องธรรมดา บางคนรักเด็ก บางคนอยากมีลูกไว้ใช้ก็แล้วแต่คน แต่ถ้าลองวิธีการโดยธรรมชาติจนแล้วจนรอดก็ยังไม่ท้อง โดยส่วนใหญ่มักจะไปหาหมอแผนปัจจุบันก่อน บ้างหมอก็แนะนำให้นับวันตกไข่แล้วมี่เพศสัมพันธ์จะทำให้ลูกติดได้ง่าย บ้างก็แนะนำให้ทำกิฟท์ บ้างก็ให้ยาบำรุงร่างกายมารับประทาน  ถ้าคู่ไหนโชคดีรักษาได้ตรงจุดก็ท้องป่องมีลูกไปตามระเบียบ แต่ก็ไม่ได้เป็นอย่างนั้นทุกคนก็จมีบ้างบางส่วนที่ไม่สบผลสำเร็จกับหมอแผนปัจจุบัน หมอแผนปัจจุบันแนะนำอะไรมาก็ลองหมดแล้วแต่ไม่ได้ผล จึงมองหาที่พึ่งสุดท้าย คือ หมอแมะนั่นเองการไปหาหมอแมะ เพื่อการตั้งท้องมักจะมีการตรวจร่างกายด้วยการแมะเสียก่อนและมักจะได้รับยามารับประทาน ซึ่งอาจจะเป็นยาบำรุงน้ำเชื้อหรือบำรุงมดลูกและยาบำรุงร่างกาย บ้างทานติดต่อกัน 2 – 3 เดือนก็สมใจ แต่บางคนอาจจะต้องกินกัน 6 เดือนถึงได้ผลก็มี แต่โดยส่วนใหญ่แล้วสิ่งทีหมอแมะช่วยหรือแนะนำให้ทำนั้นจะทำให้ติดลูกได้หรือไม่ หลายคู่ก็ยอมที่จะทำตามเพราะว่าหมอแมะเป็นความหวังสุดท้ายนั่นเอง
  2. ป่วยเรื้อรังรักษาไม่หายสักที อันนี้เป็นเรื่องที่ผมเห็นอยู่เป็นประจำ ประมาณว่าหาหมอแผนปัจจุบันแล้วไม่ดีขึ้นหรืออาจจะดีขึ้นนิดหน่อยแต่ไม่หายขาดสักที อย่างเช่น ภูมิแพ้ ปวดประจำเดือน ประจำเดือนมาไม่ปกติ เนืองจากหมอแมะมีความชำนาญเรื่องร่างกายคนค่อนข้างมาก คนป่วยจึงมักจะมาหาหมอแมะด้วยความเชื่อว่าจะต้องหายจากการรักษาของหมอแมะได้

จะว่าไปก็ไม่ได้เขียนเล่าอะไรให้เป็นทางการมากนักแต่ก็คิดว่าน่าจะสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับหมอแมะให้คนทั่วไปได้รับทราบเท่านั้นเอง